การรักษาโรคกระดูกพรุนแบบไม่ใช้ยาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยคงความแข็งแรงของกระดููก ชะลอการลดลงของมวลกระดููก ลดความเสี่ยงของการหกล้ม และป้องกันการเกิดกระดููกหักในอนาคต ดังนั้นควรแนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะที่เป็นโรคกระดูกพรุน ดังต่อไปนี้
- การรับประทานแคลเซียม: ผู้ใหญ่อายุุมากกว่า 50 ปีและหญิงวัยหมดประจำเดือนควรได้รับแคลเซียม 1,000 มก./วัน โดยเน้นการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสููง โดยเฉพาะนมและผลิตภัณฑ์จากนมไขมันต่ำ ผักใบเขียว กุ้งฝอย ปลาตัวเล็ก และพิจารณาให้ยาแคลเซียมเสริมในผู้ป่วยโรคกระดููกพรุุนที่ได้คิดว่าจะรับแคลเซียมจากอาหารไม่เพียงพอ เช่น แพ้นม มีปัญหาการเคี้ยว โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ได้รับยารักษาโรคกระดููกพรุุนแล้วควรต้องกินแคลเซียมเสริมด้วย
- การรับประทานวิตามินดี: การขาดวิตามินดีมีผลทำให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง ส่งผลให้โรคกระดููกพรุุนแย่ลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มง่ายขึ้นทำให้เกิดกระดููกหักง่าย และมีผลทำให้ประสิทธิภาพการรักษาด้วยยารักษาโรคกระดููกพรุุนลดลงอีกด้วย แหล่งของวิตามินดีตามธรรมชาติ ได้มาจาก 2 แหล่ง คือ แสงแดดโดยผ่านการสังเคราะห์วิตามินดีที่ผิวหนัง และจากอาหารเช่น ไข่ เห็ด เมล็ดถั่วและปลา เป็นต้น แต่มักจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ปริมาณวิตามินดีที่ควรได้รับต่อวันสำหรับคนไทยคือ 600-800 ยูนิตต่อวัน ดังนั้นจึงแนะนำให้วิตามินดีเสริมในผู้ป่วยโรคกระดููกพรุุนที่อาจมีระดับวิตามินดีไม่เพียงพอ เพื่อให้มีระดับ 25OHD ในเลือดอยู่ที่ระดับ 30-50 นก./มล.
- โภชนาการทั่วไป: แนะนำให้รับประทานอาหารสุุขภาพรููปแบบใดก็ได้ที่มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีน เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง รักษาน้ำหนักและดัชนีมวลกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป โดยแนะนำให้รับประทานโปรตีนให้ได้อย่างน้อย 1-1.2 กรัม/กก./วัน เพื่อประโยชน์ต่อกระดููกและกล้ามเนื้อ โดยแหล่งอาหารโปรตีนควรมาจากสัตว์และจากพืชในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน
- การปรับพฤติกรรม: แนะนำการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอให้เหมาะสมตามวัย อย่างน้อย 150นาทีต่อสัปดาห์ โดยเน้นการออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก (weight bearing exercise) และแบบเพิ่่มแรงต้าน (resistance exercise) รวมทั้งการฝึกการทรงตัว (balance exercise) โดยระวังไม่ให้เกิดการบาดเจ็บขณะออกกำลังกายด้วย นอกจากนี้ควรงดสููบบุุหรี่ จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เกิน 1 ยููนิต/วันในผู้หญิง และ 2 ยููนิต/วันในผู้ชาย เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน และลดความเสี่ยงในการหกล้มอีกด้วย
- การป้องกันการหกล้ม: แนะนำให้ตรวจประเมินความเสี่ยงต่อการหกล้ม เพื่อแก้ไขสาเหตุที่ทำให้เกิดการหกล้ม เช่นการใช้ยานอนหลับ ยาลดความดัน และสายตาที่ผิดปกติ เป็นต้น รวมทั้งการจัดสภาพแวดล้อมทั้งในและนอกบ้าน เพื่อลดโอกาสการพลัดตกหกล้ม โดยเฉพาะในห้องนอน ห้องน้ำ ระเบียง บันได และธรณีประตู
บทความโดย นพ.ธนวัฒน์ อำพันทรัพย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคกระดูกพรุน และโรคกระดูกในผู้สูงอายุ รพ.ตำรวจ