ความสำคัญของภาวะกระดูกพรุนต่อการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (THA) และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (TKA) เป็นหนึ่งในหัตถการเกี่ยวกับศัลยกรรมกระดูกที่พบบ่อยที่สุด1 โดยพบว่าโรคกระดูกพรุนเป็นปัจจัยเสี่ยงและมีผลต่อผลลัพธ์ความสำเร็จสำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม (TJA) ภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัด TJA ได้แก่ การแตกหักของกระดูกขณะผ่าตัด (intraoperative fracture) การหลวมของข้อเทียมแบบปลอดเชื้อ (aseptic loosening) และการแตกหักของกระดูกรอบข้อเทียม (periprosthetic fracture)2 มีการศึกษาพบว่าโรคกระดูกพรุนทำให้เกิดการแตกหักของกระดูกรอบข้อเทียมเพิ่มขึ้น 0.3-5.5% หลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมครั้งแรก และพบถึง 30% หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมใหม่ซ้ำ3,4
จากการศึกษาเกี่ยวกับอุบัติการณ์ของโรคกระดูกพรุนในผู้ป่วยที่ทำการผ่าตัด TJA พบว่า 36.7% ของผู้ป่วยที่ผ่าตัดเป็นโรคกระดูกพรุน5,6 นอกจากนี้ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด TJA จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนหลังผ่าตัดเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการสูญเสียมวลกระดูกหลังการผ่าตัด โดยพบว่ามีการสูญเสียมวลกระดูกเพิ่มขึ้นถึง 20% รอบๆ กระดูกที่ทำการผ่าตัด TJA7,8
ยารักษาโรคกระดูกพรุนกับผลลัพธ์ในการปรับปรุงสุขภาพของกระดูก
มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าการให้ยาต้านการสลายของกระดูก (antiresorptive agents) สามารถลดการสูญเสียมวลกระดูกหลังการผ่าตัด TJA ได้9 จากการศึกษาของ Ro และคณะ13 พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยา bisphosphonates มีอัตราการผ่าตัด TKA ใหม่ซ้ำต่ำกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยยา (1.5% เทียบกับ 2.9%) สอดคล้องกับการศึกษาในผู้ป่วยที่ผ่าตัด THA และได้รับยา bisphosphonates จะมีอัตราการผ่าตัด THA ใหม่ซ้ำต่ำกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยยา (2.8% เทียบกับ 5.3%) อีกด้วย10 นอกจากนี้ยังมีการศึกษาแบบ meta-analysis ที่แสดงให้เห็นว่าการให้ยา bisphosphonates สามารถลดอัตราการผ่าตัด TJA ใหม่ซ้ำได้ถึง 50%11
แนวทางการประเมินและรักษาโรคกระดูกพรุนก่อนการผ่าตัด TJA

สรุป
โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะก่อนที่ผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัด TJA แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังได้รับการตรวจคัดกรอง ประเมินความเสี่ยง และให้การรักษาโรคกระดูกพรุนก่อนการผ่าตัด TJA น้อยมาก โรคกระดูกพรุนที่เกิดขึ้นร่วมกับโรคข้อเสื่อมส่งผลต่อผลลัพธ์หลังการผ่าตัดที่แย่ลง เช่น การแตกหักของกระดูกขณะผ่าตัด การหลวมของข้อเทียมแบบปลอดเชื้อ และการแตกหักของกระดูกรอบข้อเทียม การให้ยาทั้งในกลุ่มต้านการสลายของกระดูกและกลุ่มกระตุ้นการสร้างของกระดูก สามารถส่งเสริมทำให้ผลลัพธ์ทางรังสีวิทยาและทางคลินิกดีขึ้นได้ ดังนั้นการประเมินและการปรับปรุงสุขภาพกระดูกให้ดีขึ้นโดยใช้ยารักษาโรคกระดูกพรุนควรต้องทำตั้งแต่ก่อนผ่าตัด TJA ประมาณ 2-6 เดือน และควรทำต่อเนื่องหลังผ่าตัดอย่างน้อย 1-2 ปี เพื่อทำให้ได้ผลลัพธ์ในการรักษาที่ดีขึ้น รวมทั้งลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดตามมาได้ด้วย
เอกสารอ้างอิง
1. Kurtz SM, et al. Future young patient demand for primary and revision joint replacement: national projections from 2010 to 2030. Clin Orthop Relat Res 2009;467:2606-12.
2. Bozic KJ, et al. The epidemiology of revision total knee arthroplasty in the United States. Clin Orthop Relat Res 2010;468:45-51.
3. Frenzel S, et al. Periprosthetic femoral fractures incidence, classification problems and the proposal of a modified classification scheme. Int Orthop 2015;39(10):1909-20.
4. Della Rocca GJ, et al. Periprosthetic fractures: epidemiology and future projections. J Orthop Trauma 2011;25(Suppl 2):S66-70.
5. Bernatz JT, et al. Unrecognized osteoporosis is common in patients with a well-functioning total knee arthroplasty. J Arthroplasty 2019;34:2347-50.
6. Makinen TJ, et al. The incidence of osteopenia and osteoporosis in women with hip osteoarthritis scheduled for cementless total joint replacement. Bone 2007;40:1041-7.
7. Dan D, et al. Bone loss after total hip arthroplasty. Rheumatol Int 2006;26:792-8.
8. Jarvenpaa J, et al. Changes in bone mineral density of the distal femur after total knee arthroplasty: a 7-year DEXA follow-up comparing results between obese and nonobese patients. Knee 2014;21:232-5.
9. Lin T, et al. Bisphosphonates for periprosthetic bone loss after joint arthroplasty: a meta-analysis of 14 randomized controlled trials. Osteoporos Int 2012;23:1823-34.
10. Ro DH, et al. The use of bisphosphonates after joint arthroplasty is associated with lower implant revision rate. Knee Surg Sports Traumatol Arthrosc 2019;27:2082-9.
11. Teng S, et al. Bisphosphonate use and risk of implant revision after total hip/knee arthroplasty: a meta-analysis of observational studies. PLoS One 2015;10: e0139927.